20
January

ทำงานด้วยความมั่นใจอย่าวิตกจนเกินเหตุ

หากคุณหวาดระแวงทั้งที่ตัวเองมีความสามารถ กลัวว่าถูกไล่ออกเข้าสักวัน ทั้งที่ตระหนักว่าตัวเองก็เก่งสุดๆ อาการนี้เรียกว่าประสาทหวาดระแวง ไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง ให้พิจารณาความเป็นจริงทั้งหมด พยายามมองเหตุผลต่างๆ ประกอบ แล้วจะพบคำตอบ อย่าคิดในทางลบอย่างเดียว การหวาดระแวงเกินไปจะทำให้คุณไม่มีความสุข เช่น คุณอาจได้รับโน้ตว่าไม่ต้องร่วมงานชิ้นนั้น ก็เพราะนายเห็นว่าช่วงนี้คุณมีงานหนักพอแล้ว เป็นต้น


ความกังวลใจในที่ทำงานอาจเกิดได้จากเหตุผลมากมาย แต่มักพบในสภาพแวดล้อมขึ้นๆ ลงๆ อาจจะเพราะคุณมีเจ้านายที่ร้ายกาจ อารมณ์แปรปรวนไม่แน่นอน ทำให้เกิดบรรยากาศไม่มั่นคงในที่ทำงาน แม้แต่คนที่มากความสามารถก็ยังมีบางขณะที่กังวลและไม่มั่นใจในความสามารถได้ ยิ่งผู้ที่อยู่ตำแหน่งสูงๆ จะกดดันมาก เพราะมีมาตรฐานสูง และมีความคิดต้องการทำให้ทุกอย่างสมบูรณ์ไปหมด จึงเกิดความกระวนกระวาย รู้สึกผิด วิพากษ์วิจารณ์ตัวเองขึ้น ผลก็คือ

ไม่สามารถทำงานได้ดีสม กับความสามารถที่มี และการเมือง กับการซุบซิบในออฟฟิศก็มีส่วน การที่คุณวิตกกังวลในที่ทำงาน อาจมีสาเหตุจากมีชีวิตในเด็กที่ไม่มั่นคง เติบโตมาพร้อมกับความไม่มั่นใจในตนเอง และเชื่อว่าตัวเองไม่เยี่ยมยอดเท่าคนอื่นๆ ความรู้สึกเหล่านี้จะถูกดึงเข้ามาในชีวิตการทำงานด้วย คุณควรจะเชื่อในคุณค่าของตนเองและศรัทธาในตนเองให้มากขึ้น

วิธีควบคุมตัวเองไม่ให้หวั่นไหวต่อภาวะวิตกที่เกิดขึ้น ลองคุยกับเจ้านายเมื่อคุณรู้สึกไม่มั่นใจในสภาพหน้าที่การงานและไม่มีสมาธิ ที่จะทำงานให้ลุล่วงได้ด้วยดี ถามเขาว่าในสายตาของเขาคุณทำงานเป็นอย่างไร มีข้อบกพร่องตรงไหน แต่ใช่ว่าเจ้านายจะมีเวลาว่างเฉพาะคุณได้บ่อย ดังนั้นคุณควรลบล้างความคิดในทางร้ายๆ ไปซะ เพราะยิ่งคุณทุรนทุรายคุณก็จะยิ่งจมกับความวิตกกังวลยิ่งขึ้นเท่านั้น หรือบางทีเจ้านายบางคนอาจแสดงออกไม่เก่ง อยากชมแต่ยังหาวิธีการที่เหมาะสมไม่ได้

แต่ถ้าหากวิตกจริตของคุณมาจากคุณรู้ตัวเองทำงานได้ไม่ดี หรือได้ข่าวแน่นอนว่าบริษัทจะลดจำนวนพนักงาน ให้พนักงานบางส่วนออกไป ซึ่งคุณเป็นหนึ่งในนั้นด้วย ก็ให้มองโลกในแง่ดีว่าเป็นจังหวะดีสำหรับการหางานใหม่ หรือ จังหวะดีที่จะเข้าไปคุยกับเจ้านาย เพื่อให้รู้ว่าข้อบกพร่องในการทำงานของคุณมีอะไรบ้าง และคุณจะได้รู้จริงๆ ว่าคุณมีคุณค่ากับบริษัทมากเพียงใด และสถานการณ์ต่อไปนี้ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดา จงอย่าคิดมาก ตัวอย่างเช่น

-เพื่อนร่วมงานนัดไปช้อปปิ้งหลังเลิกงานแต่ไม่ชวนคุณ จึงคิดไปว่าเขาไม่ชอบคุณ วิธีขจัดความรู้สึกด้อยค่า ให้มองไปว่าพวกเขาคิดว่าคุณกำลังยุ่งอยู่ และคราวหน้าคุณก็ลองเสนอตัวไปร่วมกิจกรรมกับเพื่อนๆก็ได้ ถ้าพบว่าเขาไปต้อนรับก็ลืมเสีย ครอบครัวและคนอื่นๆ ยังรักคุณ

-เมื่อเจ้านายชมเพื่อร่วมงานในระหว่างประชุม แต่ไม่เอ่ยถึงคุณเลย คุณคิดไปว่านี่เป็นการประกาศให้ทุกคนรู้ว่าคุณเองไม่มีค่าและไม่เอาไหน คุณควรจะเรียนรู้จากคำชมนั้นเพื่อให้รู้ว่าเจ้านายคุณชอบอะไร แล้วนำมาปรับปรุงการทำงานของตน และแน่นอนครั้งต่อไปคุณนั่นเองจะได้รับคำชม

-เมื่อเจ้านายคุณพาสมาชิกในครอบครัวมาและไม่ได้แนะนำให้คุณรู้จัก คุณคิดไปว่าตัวเองไม่มีค่าพอ เหตุผลคือ เจ้านายไม่อยากขัดจังหวะ หรือ คิดว่าเป็นการไม่เหมาะที่จะแนะนำสมาชิกครอบครัวให้คุณรู้จักในเวลาทำงาน ถ้าเป็นในช่วงเวลาที่เหมาะๆ คุณอาจเข้าไปแนะนำตัวเองก็ได้ แต่ดูให้ดีก่อนว่าเจ้านายอยากให้คุณมีส่วนร่วมด้วยหรือเปล่า

-เจ้านายพาเพื่อนร่วมงานในแผนกเดียวกับคุณไปรับประทานมื้อกลางวันในร้านชั้น ดี คุณด่วนสรุปว่าเจ้านายเลิกชอบคุณแล้ว บางทีพวกเขาอาจไปหารือเรื่องงานในโปรเจ็คเดียวกัน และช่วงมื้อเที่ยงการทานอาหารกับเพื่อนร่วมงานเป็นเรื่องปกติ เพราะลิ้มรสอาหารและคุยเรื่องงานไปพร้อมๆ กันไม่เสียเวลา หรือเพื่อนของคุณอาจทำงานถูกใจ จึงได้รับการเลี้ยงอาหารเป็นรางวัล แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณทำงานไม่ดี

……ไม่เอาน่ะ อย่าคิดมาก!

No comments yet

20
January

หัวหน้างานโครตแย่หัวหน้างานไม่ตัดสินใจ

winningft หัวหน้างานโครตแย่ 1
- หัวหน้างานไม่ตัดสินใจ -
โดย วิบูลย์ จุง : Wiboon Joong (wbj) winningft
งานที่มีหัวหน้างานรับผิดชอบ ซึ่งความรับผิดชอบนี่เอง เป็นคำที่กว้างขวางมากๆ ซึ่งส่วนใหญ่ หัวหน้างานก็ไม่รู้ความหมายของคำว่า “รับผิดชอบ” ซึ่งทำให้หัวหน้างานละเลย หรือ ไม่ใส่ใจในสิ่งที่ตนเองต้องทำ
แต่กลับไปทำในสิ่งที่ไม่ใช่หน้าที่ความรับผิดชอบของตนเอง
หนึ่งในความรับผิดชอบของหัวหน้างาน คือ การที่ หัวหน้างาน ต้องมีการตัดสินใจ winningft ในเรื่องต่างๆในสิ่งที่ควรตัดสินใจ ถึงแม้นว่า ระบบการทำงานนั้นจะดีเพียงใด
ระบบสามารถครอบคลุมการทำงานได้โดยไม่ต้องให้หัวหน้างานมาตัดสินใจมากนัก หัวหน้างานก็ยังต้องตัดสินใจในหลายๆเรื่องอยู่ดี โดยเฉพาะทิศทางขององค์กรหรือแผนก หรือแม้นแต่
การตัดสินใจในการกำหนดแนวทางและงานต่างๆให้สามารถดำเนินไปอย่างดีที่สุด
ถ้าหัวหน้าเติบโตจากการเป็นคนทำงานแต่งานของตนเอง รับผิดชอบงานของตนเอง เมื่อผลงานเข้าตาก็ถูกโปรโมทขึ้นมาเป็นหัวหน้างานอีกทีหนึ่ง ทำให้หัวหน้างานท่านนั้นมีแนวทางแห่งความสำเร็จ
โดยการทำงานด้วยตนเอง คิดด้วยตนเอง เกิดขึ้น เมื่อเข้ามาสู่ในวงการบริหาร หัวหน้างานที่มีแนวทางแห่งความสำเร็จเช่นนี้ ก็จะคิดว่า ลูกน้องก็ต้องคิดเอง ทำเอง เมื่อมีปัญหาอะไรก็ต้องแก้ไขปัญหาเอาเองได้
ถึงจะเป็นคนที่มีความสามารถจริงๆ
เมื่อเป็นเช่นนี้ ปัญหาต่างๆขององค์กรจึงเกิดขึ้น จากการที่หัวหน้างานปล่อยให้ลูกน้องคิดเอง ทำเอง แก้ไขปัญหากันเอง ทำให้องค์กรไร้ทิศทางในการทำงาน และ ทำให้ใครอยากทำอะไรก็ทำ หากไม่ทำอะไร
ได้ก็จะไม่ทำกันเอาเลยก็มี ซึ่งจะส่งผลเสียอย่างมากให้กับองค์กรด้วย
หัวหน้างานบางคนกลัวไม่เป็นที่รักของลูกน้อง เมื่อมีปัญหาขึ้นก็จะไม่ตัดสินว่าใครผิดหรือใครถูก แต่จะพยายามปรานีปรานอมระหว่างกัน จนทำให้ลูกน้องต่างๆอึดอัด
ซึ่งเกิดจากการไม่ตัดสินใจอะไรของเจ้านายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลย
หัวหน้างานบางคนเมื่อต้องตัดสินใจในสิ่งที่สำคัญ และ winningft รู้ว่าหากตัดสินใจผิดพลาดก็จะส่งผลร้ายกับตนเอง ดังนั้น ก็จะไม่ตัดสินใจ และ ปล่อยให้ลูกน้องตัดสินใจไป บางคนเลวร้ายมาก หากการตัดสินใจของลูกน้องเป็นผลดี
ก็จะรับเอาความดีต่างๆเอาไว้เองทั้งหมด แต่หากลูกน้องตัดสินใจผิดพลาดเกิดปัญหาขึ้น ก็จะลงโทษลูกน้อง ให้ออกบ้าง หรือ แม้นกระทั่งเข้าไปเสนอหน้ากับเจ้านายว่า เป็นความคิดของลูกน้อง เขาไม่เกี่ยวก็มี
ซึ่งพฤติกรรมของคนกลุ่มนี้จะกลายเป็นหัวหน้างานที่ลูกน้องไม่ให้ความเคารพมากที่สุดเช่นกัน
เจ้านายของหัวหน้างาน :- หากคุณเป็นเจ้านายของหัวหน้างานลักษณะนี้ โดยเผลอในการโปรโมทพนักงานที่ทำงานดีขึ้นมาเป็นหัวหน้า ก็คงต้องจัดการแก้ไขข้อบกพร่องของหัวหน้างานที่ไม่ตัดสินใจ
ด้วยการปลูกฝังให้เขาเริ่มมีการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ winningft ในเวลากระชั้นชิดต่อหน้าคุณบ่อยๆขึ้น ซึ่งถ้าเขาตัดสินใจด้วยตัวเองจากความเครียดได้ คุณก็เริ่มที่จะให้เขาตัดสินใจให้กับทีมงานของเขา
ให้เขาวางแผนและตัดสินใจในแผน หรือ อาจจะให้เขารวบรวมความคิดเห็นของคนในทีม และ ตัดสินใจวิธีการที่ดีที่สุดจากความคิดเห้นเหล่านั้นขึ้นมา ซึ่งก็จะทำให้การบริหารจัดการของเขาสามารถพัฒนาได้ดีขึ้น
ลูกน้อง :- แต่หากคุณเป็นลูกน้องของหัวหน้างานลักษณะนี้ ก็เป็นโอกาสดีที่คุณจะได้แสดงผลงานของคุณให้เป็นที่ประจักษ์ได้ง่ายขึ้น สิ่งที่คุณตัดสินใจไปคุณก็นำไปเสนอให้เขารับทราบและขอคำแนะนำเขา ซึ่งคิดว่า
เขาก็จะให้คำแนะนำได้ดีๆสำหรับคุณในหลายๆเรื่อง แต่หากเกิดปัญหาระหว่างเพื่อนร่วมงาน แล้วคุณจะขอให้เขาตัดสินใจ แล้วเขาไม่ตัดสินใจ
ในลักษณะนี้ คงต้องทำใจกับหัวหน้างานที่ไม่กล้าตัดสินใจด้วยก็คงต้องแก้ไขปัญหาด้วยตนเองให้ได้ winningft

No comments yet